รัสเซียในมุมมองของ “เจเรมี คลาร์กสัน”

Last updated: 19 ธ.ค. 2559  |  821 จำนวนผู้เข้าชม  | 

รัสเซียในมุมมองของ “เจเรมี คลาร์กสัน”

รัสเซียในมุมมองของ “เจเรมี คลาร์กสัน”

หากใครที่เคยเดินทางไปรัสเซียแล้ว เมื่อได้อ่านเรื่องราวต่อไปนี้จบ คงจะนึกภาพของความเป็น “รัสเซี๊ย....รัสเซีย” ออกทันที แต่ในมุมมองของพิธีกรรายการทีวีชื่อดังอย่าง เจเรมี คลาร์กสัน แล้ว บางอย่างก็อาจจะดูเวอร์วังไปบ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบทความนี้ก็แสดงให้เห็นภาพโดยรวมของรัสเซียได้ดีพอสมควร บทความนี้ได้รับการเผยแพร่ไปในสื่อโซเชียลมีเดียของชาวรัสเซีย แอดอ่านไปก็ยิ้มไป....ระลึกถึงความหลัง....ว่าแล้วก็เลยตัดสินใจแปลมาฝากแฟนเพจชาวไทยให้ได้รู้จักรัสเซียในมุมมองของชาวอังกฤษท่านนี้กันดูบ้าง หลังจากอ่านจบแล้วก็ลองแสดงความเห็นเปรียบเทียบกันหน่อยซิว่า รัสเซียในมุมมองของชาวไทยนั้น จะแตกต่างหรือรู้สึกเช่นเดียวกันกับพิธีกรรายการชาวอังกฤษท่านนี้หรือไม่.........จะ "โหดสัดรัสเซีย" อย่างที่ใครๆ เค้าว่ากันไม๊.....
----------------------------------------------------
«ไม่นานมานี้ผมได้ใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์ในรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่ดูเหมือนว่า เค้ายังไม่ได้คิดค้นให้คนรู้จักกับมารยาท»

เวลาที่พนักงานต้อนรับที่โรงแรมขอพาสปอร์ตของคุณ หล่อนไม่ได้พูดด้วยประโยคว่า “ถ้าไม่ลำบากเกินไป รบกวนขอดูพาสปอร์ตนิดนึงนะคะท่าน” แต่หล่อนจะพูดว่า “พาสปอร์ต” แล้วถ้าคุณไม่สามารถหามันให้เจอได้ภายในสามวินาที หล่อนก็จะพูดต่อว่า “เร็วๆ สิ”

หากคุณสั่งอาหารที่ในเวลานั้นไม่มีอยู่ในเมนู คุณก็จะไม่ได้ยินการอธิบายใดๆ ยืดยาวเพื่อขออภัยจากพนักงานเสริฟ เพราะเขาจะพูดสั้นๆ แค่ว่า “ไม่มี” หรือเวลาที่คุณพยายามลากกระเป๋าผ่านประตูหมุน ก็ไม่มีใครที่จะอดทนรอได้ถ้าตราบใดที่คุณยังไม่แก้ปัญหานั้น พวกเขาจะพยายามดันประตูจนกว่าของในกระเป๋าของคุณจะแหลกสลายหรือมือของคุณไม่หักไปซะก่อน

เวลาที่แฟนคลับรายการ TOP GEAR ชาวอังกฤษต้องการถ่ายรูปกับผม เขาจะอธิบายยืดยาวเป็นชั่วโมงๆ ว่าลูกชายของเขาดูโชว์ในช่อง Dave อย่างนั้นอย่างนี้ อธิบายว่าเขาสามารถเลียนแบบผมได้อย่างไรบ้าง และทุกคนในบ้านนั้นต่างคลั่งไคล้รายการผมขนาดไหน แต่สำหรับที่รัสเซียแล้ว พวกเขาจะพูดแค่ว่า “Photo” และถ้าในเวลานั้นพวกเขาไม่มีกล้องถ่ายรูปอยู่ที่ตัวแล้วล่ะก็ พวกเขาก็จะบอกให้คุณยืนรอจนกว่าเค้าจะกลับไปเอามันที่บ้านมาได้
ส่วนในเรื่องของการสนทนาแบบสุภาพนั้น ชาวรัสเซียจะไม่แสดงความเห็นต่างโดยใช้คำพูดที่นุ่มนวล พวกเขาจะพูดว่า “คุณพูดไม่ถูก” แล้วประโยคสนทนาแบบนี้เกิดขึ้นจริงกับผมมาแล้ว

สำหรับชาวอังกฤษแล้วเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดูเถื่อนอยู่มาก แต่ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไปผมก็เริ่มเข้าใจว่า การไม่สุภาพนั้นช่วยย่นระยะเวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นอะไรลงได้ ขณะที่ใครสักคนใช้เวลาตอนเย็นของคุณในการอธิบายเรื่องอะไรที่มันไร้สาระ คุณก็แค่พูดไปว่า สิ่งที่พวกเขาทำนั้นไม่ถูกแล้วก็เดินออกไปจากพวกเขาซะ เวลาไปซื้อเนื้อสัตว์ก็ไม่ต้องมาสร้างความรำคาญให้กับตัวเองด้วยประโยคสนทนาเล็กๆ น้อยกับคนขาย คุณก็บอกกับคนขายไปสั้นๆ ว่า “เนื้อสองก้อน” แล้วคุณก็รอว่าแม่ค้าจะบอกราคาคุณเท่าไหร่ เวลาที่ใครเดินช้าบนทางเท้า คุณก็แค่ผลักเขาไปให้พ้นจากทาง ส่วนในบาร์ก็ไม่ต้องพยายามสบตากับบาร์แมนเพื่อสั่งออร์เดอร์ คุณอยากได้อะไรก็แค่ตะโกนสั่งจากท้ายแถวไปเลย

ทำอย่างนี้ได้ผลแน่นอนโดยเฉพาะกับสายการบิน แอโรฟลอต เครื่องบินเริ่มบินในขณะที่ทุกคนยังนั่งที่ไม่เรียบร้อย และในช่วงระหว่างการลงจอดคุณก็จะไม่ได้รับข้อมูลไรสาระเรื่องสภาพอากาศ และนักบินก็จะไม่อวยพรให้กับการเดินทางของคุณ เค้าจะพูดกับคุณว่าให้นั่งตัวตรงอยู่กับที่ตราบใดที่เครื่องบินยังไม่หยุด แต่ก็ไม่มีใครฟังซักคน

พอถึงสนามบินบ้านเกิดผม สนามบินฮีทโทรว์ ผมก็ได้พบกับเจ้าหน้าที่ ตม. ที่ช่างเจรจาคนหนึ่ง เขาถามผมอย่างสุภาพว่า “ไปอยู่มานานไหมครับ” ผมประหยัดเวลาในการตอบคำถามไปสองวินาที
ผมรู้สึกแย่มากๆ รู้สึกผิดจริงๆ ที่ประหยัดเวลาไปได้แค่นั้น แต่ทว่ามันก็เหมือนคำสาปให้ผมยังต้องเป็นชาวอังกฤษอยู่ดี และด้วยเหตุนี้เองพวกเราชาวอังกฤษจึงต้องมี 4G และปุ่มกดปิดประตูลิฟต์อัตโนมัติ และยังต้องมีรถไฟความเร็วสูง เพราะพวกมันช่วยให้เราประหยัดเวลาเพื่อให้เราสามารถใช้เวลาเหล่านั้นไปกับการเขียนจดหมายขอบคุณที่ยาวเหยียด และมีเวลาคุยอะไรเล็กๆ น้อยๆ กับคนส่งนม

Источник: https://www.adme.ru/art…/dzheremi-klarkson-o-russkih-586755/© AdMe.ru

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้